การให้นมลูก: ปัญหาในการให้นมแม่
แม่และเด็ก พัฒนาการเด็ก ตั้งครรภ์ เลี้ยงลูก ขอต้อนรับสู่ Best Mom Club ชมรมอันแสนอบอุ่นของคุณแม่ทุกคนค่ะ
ข่าว: แม่และเด็ก หากเวบบอร์ดของเราแสดงผลแบบไม่เต็มจอ ให้คุณแม่ลองคลิกที่ปุ่มเครื่องหมาย - ด้านขวามือ ปุ่มจะกลายเป็นเครื่องหมาย + และส่วนหัวของเวบบอร์ดจะแสดงเต็มจอสวยงามคะ
 
*
ลงโฆษณากับ bestmomclub เริ่มเพียง 100 บาท กับผู้ชมตรงกลุ่มเป้าหมายนับแสนต่อเดือน ชมรายละเอียดที่นี่ หรือ ติดต่อเรา เพื่อสอบถามข้อมูล วันนี้
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน กันยายน 07, 2010, 05:50:54 PM
สอนพิเศษตามบ้าน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


หน้า: [1]
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การให้นมลูก: ปัญหาในการให้นมแม่  (อ่าน 2625 ครั้ง)
Best Mom Club
Administrator
ยอดคุณแม่
*****
กระทู้: 352


อีเมล์
« เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2009, 09:22:31 AM »

บทความเกี่ยวกับการให้นมลูก

ถ้าคุณมีปัญหาในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ควรรีบปรึกษาพยาบาล, แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทันที ยิ่งคุณแก้ปัญหาในการให้นมลูก ได้เร็วเท่าไหร่ เท่ากับว่าเป็นการดีกับลูกคุณมากขึ้นเท่านั้น คุณแม่หลายรายพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น บางครั้งเพียงแต่แก้ ไขด้วยการปรับท่าให้นมลูกหรือท่าการดูดนมของลูกให้ถูกต้องเท่านั้น ก็ประสบความสำเร็จในการให้นมลูกเป็นอย่างดี

มาดูกันสิว่าปัญหาในการให้นมแม่มีอะไรบ้าง

# รู้สึกว่าต้องให้นมโดยไม่ได้หยุดพัก

ถ้าลูกคุณกินเท่าไหร่ไม่รู้จักอิ่ม ดูเหมือนว่าต้องให้นมลูกตลอดเวลา พอเอาลูกวางลงบนที่นอนก็ร้องเพราะจะกินอีก อาจเป็นเพราะว่า ลูกคุณดูดแต่หัวนมเท่านั้น ไม่ได้ดูดลึกไปถึงลานหัวนม (วงสีคล้ำรอบหัวนม) เลยได้รับน้ำนมไม่พอกับความหิว คุณเพียงแต่ปรับท่าทางของลูกใหม่ให้ดูดนมให้ถูกต้อง (กรุณาดูหัวข้อ "การดูดนมที่ถูกต้อง"

# เต้านมคัด, ตึง, เจ็บ

2- 3 วันหลังจากคลอดลูก เต้านมคุณจะบวมขึ้นเล็กน้อยและรู้สึกตึง คัด อึดอัด วิธีแก้ไขคือ ให้ลูกดูดนม โดยบีบเอานมออกสักเล็กน้อย เพื่อให้ลานรอบหัวนมอ่อนนุ่มลง หรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นประคบก็ได้

# หัวนมเจ็บหรือแตก

อาจมาจากการที่ลูกดูดนมไม่ถูกวิธี หรือท่าทางของคุณแม่ขณะ ให้นมไม่เหมาะสม หัวนมจึงแดงและเจ็บเมื่อลูกดูด

คำแนะนำดังต่อไปนี้อาจช่วยได้บ้าง

   1. ปล่อยให้หัวนมแห้งเองหลังให้นมทุกมื้อ
   2. ให้หัวนมได้ผึ่งลมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
   3. เปลี่ยนแผ่นซับน้ำนมบ่อยๆ
   4. หลีกเลี่ยงการถูสบู่บริเวณหัวนม เพราะจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้น
   5. ใส่ยกทรงที่ทำจากผ้าคอตตอนเพื่อให้มีอากาศหมุนเวียน
   6. บีบน้ำนม 1 - 2 หยดหลังการให้มื้อนมแล้วนำมาถูเบาๆ บริเวณหัวนมแล้วปล่อยให้หัวนมแห้งเอง
   7. อย่าปล่อยให้ลูกดูดนมหลังจากน้ำนมหมดแล้วนานเกินไป
   8. ถ้าเจ็บมาก ลองใช้ฝาครอบเต้านม แล้วให้ลูกดูดนมผ่านฝาครอบ แต่คุณต้องฆ่าเชื้อก่อนใช้ทุกครั้ง และควรบีบน้ำนมมาทาฝาครอบก่อน เพื่อลดกลิ่นยางที่สำคัญ คุณควรให้ลูกดูดส่วนลานหัวนมทุกครั้งเวลา ลูกดูดนม และหมั่นดูแลหัวนมให้แห้งเสมอ


# ท่อน้ำนมอุดตัน

เกิดจากการที่ท่อน้ำนมท่อใดท่อหนึ่งอุดตัน เมื่อคลำดูจะพบก้อนแข้งที่กดเจ็บและแดงในเต้านม คำแนะนำต่อไปนี้อาจช่วยได้บ้าง

   1. ให้ลูกดูดนม แต่ถ้าลูกไม่ดูดเพราะยังไม่หิวหรือเพราะ อะไรก็ตาม ให้บีบนมออกมาบ้าง
   2. ขณะที่ลูกดูดนม พยายามใช้นิ้วนวดคลึงเบาๆ บริเวณที่มีก้อนแข็งๆ อาจรู้สึกปวดรุนแรงชั่วครู่ แต่การอุดตันจะหมดไป
   3. หรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นประคบก็ได้ แล้วค่อยๆ นวดคลึงเบาๆ จากนั้นจึงให้ลูกดูดนม
   4. ที่สำคัญอย่าใช้ยกทรงที่คับ รัดแน่นเกินไป


คุณควรรีบขจัดการอุดตันให้หมดไปในทันทีเพื่อป้องกัน การลุกลามต่อไป เป็นเต้านมอักเสบ หากไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์ในวันรุ่งขึ้น

# เต้านมอักเสบ

ท่อน้ำนมที่อุดตันอาจมีการติดเชื้อตามมา ทำให้คุณแม่มีไข้ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนซึ่งคุณหมอจะให้ยาปฏิชีวนะ และคุณแม่ควรทานยาให้ครบตามแพทย์สั่ง ฉะนั้น หากพบก้อนเนื้อที่ในเต้านม อย่าปล่อยทิ้งไว้ ให้นานเกิน 1 วันโดยไม่ได้รับการรักษาจากแพทย์ มิฉะนั้นอาจลุกลามกลายเป็นฝีในเต้านม ซึ่งจะมีการบวมแดง, อักเสบ และเจ็บปวดลึกๆ ในเต้านม ทั้งนี้ต้องได้รับยาฆ่าเชื้อ จากแพทย์หรือผ่าตัดเอาหนองออก

ขอบคุณข้อมูลจาก Thaiparents
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 24, 2009, 11:12:13 AM โดย Best Mom Club » บันทึกการเข้า
savitree1976
สมาชิกใหม่
*
กระทู้: 1


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 05, 2010, 06:18:49 AM »

ไปอ่านเจอมาค่ะน่าจะมีประโยชน์ ไม่มากก็น้อย เลยเก็บมาฝากค่ะ   ตกใจ
มีท่อนนึงที่คุณหมอกล่าวไว้ค่ะว่า...
ถ้าสตรีหลังคลอดไม่ได้คุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นๆและไม่ได้ให้ลูกดูดนมอย่างสม่ำเสมอ จะมีอุบัติการณ์ของการตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วภายใน 3 อาทิตย์เลยทีเดียว ทางโรงพยาบาลต่างๆจึงนัดตรวจหลังคลอดภายใน 4 สัปดาห์ เพื่อตรวจหลังคลอดและคุมกำเนิดไปพร้อมกัน การคุมกำเนิดในสตรีที่จะให้ลูกกินนมแม่จึงต้องให้ลูกกินอย่างสม่ำเสมอและถ้าจะใช้ยาคุมกำเนิดก็ต้องเป็นยาคุมกำเนิดที่ไม่มีสารเอสโครเจนเพราะเอสโตรเจนจะมีผลต่อน้ำนมทำให้คุณภาพและปริมาณลดลงได้


 ยิงฟันยิ้ม  เนื้อความข่าวดังนี้ค่ะ >>>
ปัจจุบันโดยทั่วไปยาคุมส่วนใหญ่จะมีสารเอสโตรเจน ซึ่งเป็นตัวเพิ่มฮอร์โมนร่างกายให้กับผู้หญิง ทั้งนี้ (โดยส่วนใหญ่) ผู้หญิงผู้ที่แพ้เอสโตรเจนจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เจ็บคัดเต้านม เลือดออกกระปริบกระปรอย เวียนศีรษะ บางรายปวดไมเกรน เป็นฝ้า เป็นสิว มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น อ้วนขึ้น และ ที่สำคัญคือการกินยาคุมฯ ที่มีเอสโตรเจน (มีข้อจำกัดกับคนหลายกลุ่ม) ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีภาวะเส้นเลือดดำอุดตัน ผู้ที่สูบบุหรี่ ผู้ที่มีอายุเกิน 35 ปีขึ้นไป ซึ่งเอสโตรเจนอาจส่งผลต่อร่างกายได้ รวมถึงคุณแม่ที่กำลังให้นมลูก เอสโตรเจนจะทำให้น้ำนมน้อยลง ซึ่งนี่ทำให้ในระยะหลังได้มีการคิดค้นนวตกรรมยาคุมกำเนิดชนิดใหม่ขึ้นมา ซึ่งน่าจะเป็นคำตอบที่ดีสำหรับผู้ที่แพ้เอสโตรเจน นั่นก็คือยาคุมชนิดไร้เอสโตรเจนนั่นเอง”


โดย ศ.นพ. สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล คณบดีวิทยาลัยวายาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยและ ผศ.มานพชัย ธรรมคันโธ ภาควิชาสูติศาสตร์-นารีเวชวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล








การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดในสตรีหลังคลอด

ถ้าสตรีหลังคลอดไม่ได้คุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นๆและไม่ได้ให้ลูกดูดนมอย่างสม่ำเสมอ จะมีอุบัติการณ์ของการตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วภายใน 3 อาทิตย์เลยทีเดียว ทางโรงพยาบาลต่างๆจึงนัดตรวจหลังคลอดภายใน 4 สัปดาห์ เพื่อตรวจหลังคลอดและคุมกำเนิดไปพร้อมกัน การคุมกำเนิดในสตรีที่จะให้ลูกกินนมแม่จึงต้องให้ลูกกินอย่างสม่ำเสมอและถ้าจะใช้ยาคุมกำเนิดก็ต้องเป็นยาคุมกำเนิดที่ไม่มีสารเอสโครเจนเพราะเอสโตรเจนจะมีผลต่อน้ำนมทำให้คุณภาพและปริมาณลดลงได้

ดังนั้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และให้ได้ผลในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ด้วยนั้นจำเป็นต้องมีการเรียนรู้วิธีที่ถูกต้อง มิฉะนั้นการป้องกันการตั้งครรภ์จะไม่ได้ผล
โดยยึดหลัก 3 ดูด คือ...
1. จะต้องให้ลูกดูดนมแม่แบบถี่ คือดูดอย่างน้อยทุก 3 ชั่วโมง
2. จะต้องดูดน้ำนมในปริมาณที่มากพอ
3. จะต้องดูดนานอย่างน้อย 20-30นาที
แต่หากการปฏิบัติด้วยวิธีดังกล่าวเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะยิ่งสตรีที่ต้องกลับไปทำงานออฟฟิต เป็นต้น ดังนั้นการเลือกใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดในช่วงให้นมบุตร น่าจะเป็นวิธีการที่สะดวกและป้องกันการตั้งครรภืได้ดีกว่า โดยยาเม็ดคุมกำเนิด ( ชนิดไร้เอสโตรเจน ) นั้นจะไม่มีผลต่อน้ำนม มีผลข้างเคียงต่ำ และยังควบคุมรอบเดือนได้ดี จึงสามารถนำมาใช้ในกรณีดังกล่าวได้

ตัวอย่างของยาคุมกำเนิดชนิดที่ไร้สารเอสโตรเจน (รุ่นเก่า) ซึ่งประกอบด้วย ลินเนสตรินอลขนาด 0.5 มิลลิกรัมนั้น มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดน้อยกว่ายาคุมชนิดฮอร์โมนรวม คือสามารถยับยั้งการตกไข่ได้เพียงร้อยละ 50 เท่านั้น แต่ที่เราใช้ได้ดีและมีกลไกหลักที่ทำให้ (มูกที่ปากมดลุกเหนียวข้น) ทำให้อสุจิไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้ปรสิทธิ
ภาพในการคุมกำเนิดโดยรวม 90 เปอร์เซน โดยข้อด้อยของยานี้คือ มีช่วงลืมรัปประทานยาเม็ดต่อไปสั้นแค่ 3ชั่วโมง ทำในยาดังกล่าวใช้ในกรณีต้องกาคุมกำเนิด ในช่วงให้นมบุตรเท่านั้น แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในสตรีทั่วไปเท่าที่ควร

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดไร้เอสโตรเจนตัวใหม่จะแตกต่างกับรุ่นเดิมที่มีผลยับยั้งการตกไข่ได้มากร้อยละ 99 และในช่วงลืมทานยา ได้นานถึง 12 ชั่วโมง ทำให้ยาตัวใหม่มีผลใช้ได้ข้างเคียงยาคุมชนิฮอร์โมนรวมแต่มีข้อดีกว่า เช่น ไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน, ลดอาการบวมน้ำ, หน้าเป็นฝ้า, ลดอาการปวดศรีษาจากฮอร์โอนเอสโตรเจน

ด้านนพ.มานพชัย ธรรมคันโธ จากภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าทุกวันนี้เรื่องของสิทธิสตรีเปิดกว้างขึ้น ผู้หญิงไทยหันมาคุมกำเนิดแบบกินยาคุมฯ มากขึ้น โดยในกรณีของผู้หญิงทั่วๆ ไป อยากแนะนำให้พิจารณาเลือกใช้ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนในปริมาณต่ำ จะช่วยให้ผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากฮอร์โมนชนิดนี้ลดน้อยลงได้ โดยเฉพาะเรื่องน้ำหนักตัวซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยและเป็นปัญหาที่สร้างความกังวลให้แก่ผู้หญิงมากกว่าผลข้างเคียงอื่นๆ

“ยาคุมกำเนิดแบบไร้เอสโตรเจนถือเป็นทางเลือกที่ดีวิธีหนึ่งสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ ปัจจุบันนวตกรรมยาคุมกำเนิดแบบไร้เอสโตรเจนได้พัฒนาให้มีฤทธิ์คุมกำเนิดใกล้เคียงกับยาคุมกำเนิดชนิดรวม ซึ่งก็ได้ผลดี ดังนั้นสาวๆ ที่จำเป็นต้องใช้ยาคุมฯ แบบไร้เอสโตรเจนไม่ต้องกังวลถึงประสิทธิภาพการทำงานของยา นอกจากนี้ผู้ที่มีความเสี่ยงอื่นๆ อย่างที่อ.สุรศักดิ์ได้กล่าวไปแล้ว อย่างอ้วน สูบบุหรี่ หรืออายุมากกว่า 35 ปี ตลอดจนผู้ที่มีโรคหลอดเลือด และมารดาที่ให้นมบุตรแต่ต้องการคุมกำเนิด ควรเลือกใช้แบบไร้เอสโตรเจนที่ลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อร่างกายด้วย”

อ้างอิงข้อความบางส่วนจาก :>>
http://www.mom2kids.com/webboard/index.php?action=printpage;topic=4725.0  ยิ้มเท่ห์




บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF

Valid XHTML 1.0! Valid CSS! Dilber MC Theme by HarzeM