การเสริมสร้างไอคิวและอีคิวในเด็กคำว่าไอคิว (ความฉลาดทางสติปัญญา) เป็นที่กล่าวถึงและรู้จักกันมานาน แต่มาภายหลัง อีคิว (ความฉลาดทางอารมณ์) ได้ถูกนำมาเกี่ยวข้องและนำมาใช้อย่างแพร่หลาย จนกระทั่งมีคำกล่าวว่า มีไอคิว แต่ไม่มีอีคิวก็ไม่มีความหมาย หรือ การพัฒนาไอคิวที่ดี ต้องควบคู่กับการพัฒนาอีคิว ดังนั้นจึงมีนักวิชาการมากมายออกมากล่าวถึง การสร้างไอคิว และ อีคิว ซึ่งจะต้องเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา เพราะสมองเด็กจะเริ่มพัฒนาและเติบโตเต็มที่กระทั่งอายุหกขวบ
การสร้างไอคิวและอีคิวกับสัมพันธภาพในครอบครัว พ่อแม่ ไม่ควรคิดว่าเด็กที่อยู่ในครรภ์ยังไม่รู้เรื่องอะไร ในความเป็นจริงแล้ว เค้าสามารถรับรู้ได้ตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิ โดยพ่อแม่ สามารถเปิดเพลงให้ฟัง และคอยสังเกตุความเปลี่ยนแปลงของทารกในครรภ์ได้ และการให้ฟังเพลงนี่เอง ก็คือการสร้างไอคิวและอีคิวอย่างหนึ่ง วิธีการต่างๆเหล่านี้ควรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ที่เป็นพ่อ หรือ แม่ ไม่ควรคิดว่าเป็นเรื่องเสียเวลา แต่สามารถส่งเสริมพัฒนาการต่างๆได้โดย
สำหรับเด็กแรกเกิด ถึง สามขวบ1. การกอด คือ การให้ความใกล้ชิดระหว่างพ่อแม่ลูก และ การให้เด็กดูดนมแม่ ตั้งแต่แรกคลอดออกมา เด็กจะรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นและความใกล้ชิดที่เกิดจากการกอด
2. การพูด คือ พยายามพูด คุย กับลูกตลอดเวลา เพราะเป็นการกระตุ้นให้เด็กรู้จักการรับรู้และการสื่อสารระหว่างพ่อแม่กับลูก
3. การเล่น คือ การให้เด็กได้มีโอกาสเล่นและเด็กจะเรียนรู้สิ่งต่างๆได้จากการสัมผัส
พัฒนาการของเด็ก จะค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ดังนั้นขั้นตอนต่างๆในการเสริมสร้างพัฒนาการควรได้รับการปรับเปลี่ยนเช่นกัน เช่น สามขวบ ถึง หกขวบ เป็นช่วงวัยที่เด็กเริ่มห่างจากอกพ่อแม่ เพื่อมีสังคมและเพื่อนเป็นของตนเอง เพราะเป็นช่วงวัยที่เริ่มเข้าโรงเรียน มีเพื่อน คุณครู และคนอื่นๆที่นอกเหนือจากคนในครอบครัว
สามขวบ ถึง หกขวบ 1. การพูด คุย
ในเด็กวัยนี้จะเริ่มแสดงออกมากขึ้น มีความเป็นตัวของตัวเอง ดังนั้นผู้ใหญ่ควรสื่อสารด้วยเหตุและผล ไม่ควรใช้อารมณ์กับเด็ก รวมถึงการเล่านิทานเพื่อเป็นการเสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ที่ดีวิธีหนึ่ง เด็กจะรับรู้และเรียนรู้จากนิทานที่เล่า เด็กในวัยนี้ช่างซัก ช่างถาม และช่างจดจำ พ่อ แม่ ควรระมัดระวังในการสื่อสารและให้คำตอบกับเด็ก อย่ารำคาญหรือแสดงอาการเบื่อหน่ายกับสิ่งที่เด็กอยากรู้ เพราะจะทำให้เค้าเกิดความกลัวและไม่กล้าแสดงออก
2. การเล่น
ควรปล่อยให้เด็กได้มีอิสระในการเล่น เพราะการเล่นคือการเสริมสร้างจินตนาการและเป็นการสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงของการคิดและแก้ไขปัญหาต่างๆในอนาคต
3. การกิน
เด็กในวัยนี้รับประทานอาหารได้หลากหลายชนิดขึ้น จึงควรดูแลอาหารการกินให้ครบ สมบูรณ์ทั้งห้าหมู่ และเนื่องจากเด็กวัยนี้เริ่มเลือกสรรอาหาร ที่ต้องการและไม่ต้องการรับประทาน พ่อ แม่ ผู้ปกครองจึงควรมีวิธีในการปรุงหรือกระตุ้นให้เด็กรับประทานอย่างถูกวิธี เพราะอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยสร้างและบำรุงสมองให้เติบโตเต็มที่
อย่างไรก็ตามพ่อ แม่ ผู้ปกครองควรสื่อสารและให้ความใส่ใจกับเด็กตั้งแต่แรกเริ่มในครรภ์และไม่ควรคิดว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นเรื่องของการเสียเวลา หรือรอเดี๋ยว เพราะสละเวลาเล็กน้อย แต่จะเสริมสร้างสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดให้กับชีวิตและความสุขของทุกคนในครอบครัว อย่าลืมว่าสังคมที่ดีเริ่มได้จากครอบครัวที่อบอุ่น