แนะแนวพ่อแม่ เลือกร.ร.อนุบาลให้ลูก (ข่าวสด)ช่วงปิดเทอมคือช่วงสนุกของเด็กๆ ขณะที่คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัยเข้าเรียนอาจต้องรับบทหนักในการเลือกเฟ้นโรงเรียนให้ลูกน้อยวัยเข้าอนุบาล เพราะโรงเรียนที่ดีสำหรับลูก นอกจากลูกจะต้องมีความสุขกับการเรียนแล้ว พ่อแม่ต้องมีความสุข สอดรับกับฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวด้วย
นิตยสาร “ฉลาดซื้อ” จัดทำโดย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แนะนำหลักในการเลือกโรงเรียนอนุบาลในบทความเรื่อง “เลือกโรงเรียนอนุบาลให้ลูกรัก” ไว้ดังนี้
1. เยี่ยมชมโรงเรียนคุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเลือกโรงเรียนให้ลูกจากเหตุผลเพราะโรงเรียนอยู่ใกล้บ้านหรือได้รับคำชักชวนจากเพื่อนบ้าน แต่เนื่องจากโรงเรียนที่เลือกอาจไม่ตรงตามที่ต้องการ จึงควรเข้าไปเยี่ยมชมโรงเรียนด้วยตนเอง สิ่งที่ควรสังเกตเรียงตามลำดับก่อน-หลังคือ
- การเดินทางเข้าโรงเรียน สะดวกสบายมีสถานที่จอดรถหรือไม่ สภาพพื้นที่ภายนอกก่อนเข้าโรงเรียนปลอดภัยเพียงใด
- ห้องเรียน ควรไปชมการเรียนการสอนในห้อง ตรวจดูความสะอาดและสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องเรียน อุปกรณ์ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมภายนอกห้องเรียน ข้อควรคำนึงคือระมัดระวังการจัดฉากในโรงเรียน
- ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายนอกห้องเรียน เช่น ระบบไฟฟ้า น้ำประปา ห้องน้ำ ตู้น้ำดื่ม ห้องพยาบาล โรงอาหาร สนามเด็กเล่น ได้มาตรฐานหรือไม่
- อาหารและนม คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกไปเยี่ยมชมโรงเรียนช่วงก่อนรับประทานอาหารเที่ยงของนักเรียนเล็กน้อย เพื่อจะได้เห็นการรับประทานอาหารของเด็กนักเรียน และพิจารณาว่าอาหารและนมของเด็กมีคุณภาพเพียงพอหรือไม่
2. ขอดูนโยบายและแนวทางการเรียนการสอน โรงเรียนอนุบาลหลักๆ มี 2 แนว คือ แนวกระแสหลัก เน้นการเรียนรู้เชิงวิชาการ กับแนว ทางเลือก เน้นการเตรียมความพร้อม และใช้นวัตกรรมการเรียนแบบใหม่
โรงเรียนอนุบาลส่วนใหญ่ จะเป็นแนวกระแสหลักหรือแนววิชาการ ด้วยเชื่อว่าเด็กมีศักยภาพในการเรียนรู้เต็มที่ ควรเร่งสอนให้เด็กหัดอ่าน หัดเขียน หัดบวกลบเลขให้ได้โดยเร็ว เพื่อจะสามารถเรียนรู้เพิ่มขีดความสามารถของสมองให้กว้างขึ้น
ส่วนโรงเรียนอนุบาลทางเลือกหรือแนวเตรียมความพร้อม จะเน้นพัฒนาศักยภาพของเด็ก โดยนำเอาความต้องการของเด็ก ความสุขของเด็กเป็นศูนย์กลาง การเรียนรู้ของเด็กจึงเริ่มที่ตัวเด็กเอง ผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น วาดรูป เล่นเกม ร้องเพลง เพื่อพัฒนาแนวคิด การศึกษาและสอบถามนโยบายและแนวทางการเรียนการสอนจากครูหรือผู้บริหาร จะทำให้เข้าใจแนวคิดของโรงเรียน และเป็นแนวทางปฏิบัติแก่ครูผู้สอน นอกจากนั้น ควรสอบถามถึงรางวัลโรงเรียนดีเด่นหรือรางวัลชนะเลิศด้านต่างๆ ของโรงเรียน อัตราการเข้าเรียนในโรงเรียนดัง รวมถึงอัตราส่วนครูกับนักเรียน ข้อมูลกิจวัตรประจำวันที่นักเรียนแต่ละคนต้องทำ
3. ตรวจสอบครูผู้สอนครูผู้สอนมีบทบาทสำคัญในการอบรม สั่งสอน และปลูกฝังความคิด ทัศนคติและความรู้แก่เด็ก คุณพ่อคุณแม่ควรสัมภาษณ์ครูผู้สอน ประวัติการศึกษา ถ้าครูจบด้านครุศาสตร์โดยตรงจะได้เปรียบกว่าสายอื่นๆ เนื่องจากครูสามารถถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ได้อย่างดี ลักษณะและบุคลิกของครูผู้สอนก็เป็นสิ่งสำคัญ คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอย่างรอบคอบ4. ตรวจสอบค่าใช้จ่ายต่างๆโรงเรียนอนุบาลเอกชน โดยมากมักมีค่าธรรมเนียมการศึกษาต่ำ แต่จะมีค่าแรกเข้าสูง หรือหลายๆ ครั้งโรงเรียนจะเลี่ยงการเก็บค่าแรกเข้าที่สูง โดยเก็บเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าอุปกรณ์ ค่ากิจกรรมพิเศษ ค่าคอมพิวเตอร์ คุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบเอกสารค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวกับค่าเทอมแรกเข้า ค่าเทอมสองและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตลอดปีการศึกษา และถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองต้องออกเพิ่มเติมด้วย เช่น ค่าเสื้อผ้า ค่าหนังสือ ค่ารถโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนส่วนใหญ่จะไม่นำมาคำนวณในค่าเทอมแรกเข้า และควรคำนวณให้เพียงพอต่อรายได้ของครอบครัว
สุนทรี ธำรงโสตถิสกุล ครูชำนาญการ โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ จ.อุตรดิตถ์ ให้ความเห็นว่า การเลือกโรงเรียนอนุบาลให้ลูกไม่ควรไกลจากที่พักอาศัยมากนัก เพราะเด็กจะได้ไม่ต้องรีบเร่งตื่นแต่เช้ามืด หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ควรหาโรงเรียนที่ใกล้ที่ทำงานหรือทางผ่านผู้ปกครองเพื่อรับส่งได้สะดวก สถานที่ควรปลอดภัย ไม่มีจุดที่เป็นอันตรายต่อเด็ก เช่น ท่อ หรือบ่อน้ำ ภายในโรงเรียนควรสะอาดและมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และมีโภชนาการที่ดี และอัตรากำลังหรือบุคลากรในโรงเรียน เช่น ครู ผู้ดูแลเด็ก และพี่เลี้ยงเด็กอนุบาล ควรมีจำนวนที่เหมาะสม เพื่อดูแลเด็กได้ทั่วถึง
นวัตกรรมการศึกษาหรือการจัดการเรียนการสอนก็สำคัญ ต้องให้เหมาะสมสำหรับเด็กอนุบาล เพื่อสนองตอบพัฒนาการและการเรียนรู้ตามวัยของเด็กมากกว่าการสอนให้อ่านออกเขียนได้ก่อนวัยอันสมควร ที่สำคัญโรงเรียนควรผ่านการประเมิน ได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาจากสำนักงานรับรองมาตรฐานการศึกษา (สมศ.)
ปวีณา ตั้งจิตรพร ผู้ปกครองที่ส่งลูกเข้าโรงเรียนอนุบาลคาทอลิก ต่างจังหวัด ให้มุมมองว่าที่เลือกส่งลูกเรียนที่นี่เพราะอยู่ใกล้บ้าน มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ มีการเรียนการสอนครบถ้วน ทั้งด้านวิชาพื้นฐานทั่วไปหรือด้านภาษา นอกจากนั้น ยังจัดการเรียนพิเศษภาคฤดูร้อน ครอบคลุมทักษะด้านต่างๆ ทั้งภาษา ดนตรี ศิลปะ และคอมพิวเตอร์ สังคมและสิ่งแวดล้อมดี มีกิจกรรมในโรงเรียน ค่าเทอมถือว่าไม่แพงนัก ประมาณเทอมละ 2 หมื่นบาท ซึ่งผู้ปกครองควรมีฐานะปานกลางขึ้นไปด้านสวนีย์ ฉ่ำเฉลียว ที่ส่งลูกเข้าโรงเรียนอนุบาลรัฐบาล (สพฐ.) ในต่างจังหวัด กล่าวว่า เพราะโรงเรียนอยู่ใกล้บ้าน มีญาติเป็นครูในโรงเรียน อีกทั้งตนเองเป็นศิษย์เก่า โรงเรียนเปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล-ป.6 เชื่อมั่นในคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียน เพราะปั้นให้เป็นคนเก่งได้ทุกคน ไม่จำเป็นต้องเรียนในโรงเรียนเอกชน ขึ้นอยู่กับการพัฒนาของเด็กเองด้วย ที่ผ่านมาเห็นว่าครูเอาใจใส่เด็กทุกคน เข้าใจเด็ก และจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างดี อัตราครูต่อนักเรียนไม่น้อยเกินไป มีความเหมาะสม ค่าธรรมเนียมการศึกษาฟรี จ่ายเพียงค่าเสื้อผ้า 500 บาทเท่านั้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
http://www.matichon.co.th/khaosod/