ข่าว:
 
*
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน มิถุนายน 26, 2017, 10:26:05 AM
|ถามตอบปัญหาแม่และเด็ก |ตั้งครรภ์ |การเลี้ยงลูก |การเลือกโรงเรียน |พัฒนาการเด็ก |ปัญหาครอบครัว |สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว |ติดต่อลงโฆษณา

| บทความแม่และเด็กยอดนิยม
|ลูกไม่ยอมกินข้าว ทำไงดี
|ลูกท้องเสีย ทำอย่างไรดี
|รายการของใช้เด็กอ่อนที่จำเป็น
|ลูกไม่ยอมดูดขวดนาม ทำไงดี
|รู้ได้อย่างไรว่าลูกได้น้ำนมเพียงพอ
|ลูกร้องได้ตอนกลางคืน แก้ไขอย่างไร
|นับอายุครรภ์แบบใดแม่นที่สุด
|พัฒนาการเด็กอายุ 4-5 เดือน
|รวมเพลงเด็กยอดฮิตและท่าเต้น
|สาเหตุที่ทำให้สามี (ภรรยา) นอกใจ
|น้ำตาลในเลือดสูงระหว่างตั้งครรภ์
|วิตามินซี Kirkland
|โรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย
รับแปลเอกสาร



เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


หน้า: [1]
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อลูกท้องเสีย จะดูแลอย่างไรดี?  (อ่าน 35838 ครั้ง)
Best Mom Club
Administrator
สุดยอดคุณแม่ Bestmomclub
*****

พลังน้ำใจ 1
กระทู้: 1314


อีเมล์
« เมื่อ: เมษายน 16, 2009, 04:57:49 AM »

สิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อลูกท้องเสียก็คือ การดูแลไม่ให้ขาดน้ำและเกลือแร่ ทั้งนี้เพราะการขาดทั้ง 2 สิ่งนี้จะทำให้ร่างกายเกิดภาวะช็อกได้โดยง่าย ถึงแม้ก่อนหน้าจะท้องเสีย ลูกจะมีสุขภาพสมบูรณ์เพียงใด จึงควรให้ความสำคัญกับน้ำและเกลือแร่มากที่สุด แต่ก็อาจจะเกิดการเข้าใจผิดที่ให้ความสำคัญทางด้านนี้มากเกินไปและนานเกินไป จนเกิดผลแทรกซ้อนขึ้นมาในภายหลัง
 
โดยปกติ การท้องเสียมักเกิดจากมีเชื้อโรคปะปนในอาหารหรือนมของลูก โดยเชื้อโรคบางชนิดสามารถสร้างสารพิษให้ละลายปนในอาหาร ซึ่งถึงแม้จะนำอาหารที่เจือปนเชื้อโรคและสารพิษนี้มาทำให้สุก อาจจะทำลายตัวเชื้อโรคให้หมดฤทธิ์ได้ แต่ไม่สามารถทำลายสารพิษที่เกิดจากเชื้อโรคได้ เพราะสารพิษจากเชื้อโรคเหล่านี้มักจะทนความร้อนได้ดี จึงควรระมัดระวังมิให้เชื้อโรคได้เติบโตในอาหารที่จะให้แก่ลูกตั้งแต่เตรียมอาหารเสร็จ
 
การป้องกันมิให้ลูกท้องเสียจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับโรคท้องเสีย นมที่ชงแล้วควรให้ลูกดื่มหรือดูดจากขวดทันทีที่เตรียมเสร็จ ถ้าชงเสร็จแล้วลูกไม่ยอมดูดเลย อาจเก็บเข้าตู้เย็นทันที โดยเก็บนช่องแช่เย็นธรรมดาซึ่งไม่ควรเกิน 4 ชั่วโมง ถ้านานกว่านี้ก็สมควรทิ้งนมนั้นไป ในกรณีที่ลูกดูดนมจากขวดไปบางส่วน แล้วยังเหลืออยู่ ก็อาจเก็บเข้าตู้เย็นได้ แต่ไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมง ถ้าเกินกว่านั้น ก็ไม่ควรนำนมขวดนั้นมาให้ลูกดูดอีก ในกรณีที่ให้อาหารเสริมแก่ลูกก็เช่นกัน ถ้าเตรียมอาหารเสริมตั้งแต่เช้า และต้องการจะแบ่งมาให้ลูกได้กินทั้งวัน ควรเก็บส่วนที่เหลือเข้าตู้เย็นทันทีขณะที่ยังร้อนอยู่ เพื่อเก็บไว้ให้กินในมื้อกลางวันและมื้อเย็น ไม่สมควรให้เกินกว่ามื้อเย็น ในกรณีที่จะเก็บไว้ให้ในวันถัดไป ควรนำอาหารนั้นไปเข้าช่องแช่แข็งทันทีที่เตรียมเสร็จ จะป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อโรคได้
 
อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกท้องเสียได้บ่อยก็คือ การที่ลูกหยิบของตามพื้นมาอมเข้าปาก ซึ่งมักพบในขณะที่ลูกอายุ 6-24 เดือน ควรระวังสิ่งของเหล่านี้ โดยเฉพาะของที่อยู่ตามพื้นหรือของเล่นของลูก จึงควรหมั่นล้างทำความสะอาดของเล่นของลูกทุกวันก็จะป้องกันมิให้ลูกท้องเสียได้
 
คราวนี้มาพูดถึงการดูแลเมื่อลูกท้องเสีย อาการท้องเสียไม่ว่าจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือสารพิษของแบคทีเรีย หรือเกิดจากเชื้อไวรัสนั้นมักจะมีอาการคลื่นไส้และ อาเจียนร่วมด้วย โดยเฉพาะในช่วง 24 ชั่วโมงแรก จึงทำให้ลูกไม่อยากจะกินอาหารหรือแม้กระทั่งน้ำเกลือแร่ ในบางครั้งกระเพาะอาหารของลูกอาจจะมีความไวต่อสารน้ำและอาหารที่ลงสู่กระเพาะ จึงทำให้อาเจียนอาหารออกมาหมดเมื่อกินเข้าไป ในกรณีเช่นนี้ ควรป้อนน้ำเกลือแร่ทีละน้อย อาจจะประมาณ 5 ซีซี หรือประมาณ 1 ช้อนชา ทุก ๆ 2-3 นาที ก็จะช่วยลดการอาเจียนของลูกได้ ในกรณีที่ลูกมีอายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป ลูกอาจจะไม่ชอบดื่มน้ำเกลือแร่เพราะรสชาติไม่ชวนดื่ม อาจจะนำน้ำผลไม้กล่องสำเร็จรูปยี่ห้อใดก็ได้ มาเจือจางลง 2 เท่าตัว คือ น้ำผลไม้สำเร็จรูป 1 ส่วน เติมน้ำสะอาด 2 ส่วน ก็จะพอทดแทนน้ำเกลือแร่ได้ โดยจะมีรสชาติที่ดีกว่าน้ำเกลือแร่ทั่วไป
 
ในกรณีที่ลูกท้องเสียโดยไม่มีอาการคลื่นไส้ หรืออาเจียน โดยที่ลูกสามารถกินอาหารหรือดูดนมได้ตามปกติ ถึงแม้จะถ่ายบ่อย ก็ให้อาหารหรือนมแก่ลูกได้ โดยการให้น้ำเกลือแร่สลับกับนมหรืออาหารเสริมแก่ลูก และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเจือจางนมที่จะให้แก่ลูกเลย และอาหารก็ให้ตามปกติตามที่ลูกอยากจะกิน เพราะการให้นมและให้อาหารตามปกติจะทำให้ลูกอิ่มท้องและไม่อ่อนเพลีย ผิดจากการแนะนำในอดีตที่มักนิยมให้เจือจางนมหรือให้อาหารอ่อน ๆ ทั้งนี้จากงานวิจัยพบว่าการให้นมเจือจางและให้อาหารอ่อน ๆ แก่ลูก จะทำให้โรคท้องเสียยาวนานกว่าเดิมและน้ำหนักตัวของลูกจะลดลงมากกว่ากลุ่มที่ได้นมปกติ และอาหารปกติ
 
สำหรับลูกที่มีอายุระหว่าง 6 เดือน ถึง 24 เดือน บางครั้งอาจจะต้องเปลี่ยนสูตรนมที่เคยดื่มอยู่ มาเป็นนมที่ไม่มีน้ำตาลแล็กโทส แต่ก็ไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องเปลี่ยนเป็นนมชนิดนี้ทุกครั้งที่ลูกท้อง  เสียให้สังเกตง่าย ๆ ว่า ลูกมีตัวอุ่น ๆ มักมีน้ำมูกไหล ไอ อาเจียน และถ่ายเหลวเป็นน้ำ อุจจาระก็มักจะไม่มีกลิ่นเหม็นคาว จะเป็นน้ำใสจำนวนมาก มักจะถ่ายมี  เสียงลมปนออกมากับอุจจาระ เมื่อมีอาการเช่นนี้ จึงสมควรเปลี่ยนสูตรนมเป็นชนิดที่ไม่มีน้ำตาลแล็กโทส แต่โอกาสที่จะเกิดการขาดน้ำย่อยน้ำตาลแล็กโทสนั้น ก็พบได้น้อยกว่า เพราะส่วนใหญ่ของการท้องเสียของลูกในประเทศไทยมักเกิดจากติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจจะหายได้เองหรือต้องได้รับยาปฏิชีวนะที่ถูกชนิด จึงไม่ควรที่จะเปลี่ยนเป็นนมที่ไม่มีน้ำตาลแล็กโทสทุกครั้งที่ท้องเสีย
 
ถ้าลูกมีอาการท้องเสียต่อเนื่องเกินกว่า 7 วัน ถึงแม้แต่ละวันจะถ่ายไม่มากแต่ก็เรื้อรังเช่นนี้ สมควรที่จะนำปัญหาของลูกไปปรึกษากับหมอเด็กอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุใหม่และให้การรักษาที่ถูกทางโดยเร็ว เพราะการปล่อยให้ลูกท้องเสียเรื้อรังเช่นนี้ มีแต่จะบั่นทอนสุขภาพของลูก นอกจากจะทำให้น้ำหนักตัวของลูกไม่เพิ่มขึ้นแล้ว การท้องเสียเรื้อรังที่ยาวนานเป็นเดือนอาจจะกระทบต่อความสูงของลูกได้ในระยะยาว.

ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์
บทความจากเดลินิวส์  (http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId=63300&NewsType=2&Template=1)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2009, 05:05:37 AM โดย Best Mom Club » บันทึกการเข้า
tone
คุณแม่มือใหม่
**

พลังน้ำใจ 0
กระทู้: 78



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2009, 10:34:12 AM »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ
บันทึกการเข้า

[URL=
pinkbear
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2011, 01:58:36 AM »

ขอเสริมเรื่องอาการท้องเสียค่ะ เอาบทความเกี่ยวกับโรคท้องร่วงในเด็กเล้กมาฝาก พอดีไปอ่านเจอมา น่าจะเป็นประโยชน์กับคุณแม่ๆเหมือนกัน

http://women.sanook.com/ปกป้องลูกน้อยจากเชื้อไวรัสโรต้า-สาเหุตของอาการท้องร่วงรุนแรง-938805.html
 (http://women.sanook.com/ปกป้องลูกน้อยจากเชื้อไวรัสโรต้า-สาเหุตของอาการท้องร่วงรุนแรง-938805.html)
บันทึกการเข้า
ohpapaohmama
สมาชิกใหม่
*

พลังน้ำใจ 0
กระทู้: 26



เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 20, 2012, 08:00:24 AM »

ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดี
ลูกทานน้ำยาก ท้องเสียประจำเลย  อายจัง

รองเท้าเด็กอ่อน (http://www.ohpapaohmama.com/index.php?route=product/category&path=72_81_104)
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF

Valid XHTML 1.0! Valid CSS! Dilber MC Theme by HarzeM