พัฒนาการของลูกน้อย กับ ประโยชน์ของนม

                เด็กคืออนาคตที่สำคัญของประเทศในอนาคต ประเทศจะพัฒนาได้ ก็จะต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถมาช่วยกันพัฒนา ปรับปรุงประเทศให้เจริญก้าวหน้า ดังนั้นการดูแลลูกน้อยของคุณตั้งแต่เกิดจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีในด้านต่างๆ อันจะส่งผลให้เขาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตได้

                มีงานวิจัยหลายแห่งระบุว่า น้ำนมแม่มีประโยชน์มากมายมหาศาล เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญหลายชนิดอันจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย ทั้งทางด้านร่างกาย และการพัฒนาในส่วนต่างๆ ทั้งด้านสมอง หรือ แม้กระทั่งจิตใจของทารกอีกด้วย นอกจากนี้น้ำนมแม่ยังมีสวนช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันต่างๆให้แก่ทารก โดยเฉพาะน้ำนมในระยะแรกหลังคลอดบุตร ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) และ ยูนิเซฟได้แนะนำให้คุณแม่ทั้งหลายที่เพิ่งคลอดบุตร ควรให้บุตรดื่มนมแม่เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน และ อาจให้ได้นานกว่า 2 ปี ซึ่งแล้วแต่คุณแม่แต่ละท่าน ซึ่งอาจจะผลิตน้ำนมได้ไม่เท่ากัน  การให้บุตรได้ดื่มนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด เนื่องจากในนมแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรมีสารอาหารหลายชนิดอันก่อให้เกิด ประโยชน์ของนมที่จะส่งต่อพัฒนาการของลูกน้อยอย่างเต็มที่

สารอาหารในน้ำนมแม่ในแต่ละช่วงของการให้นมบุตรนั้น น้ำนมแม่จะมีลักษณะแตกต่างกัน และ มีสารอาหาร แร่ธาตุ วิตามิน บางประเภทมากน้อยไม่เท่ากันในระยะต่างๆ น้ำนมแม่ระยะแรก ช่วง 1-3 วันแรกหลังคลอดทารกจะมีสีเหลืองขุ่น เรียกว่า หัวน้ำนม หรือ โคลอสตรุ้ม ()  ในช่วงนี้น้ำนมแม่จะมีน้ำตาลแลคโตสต่ำ แต่จะอุดมไปด้วยสารสร้างภูมิต้านทาน แร่ธาตุและสารอาหารอื่นๆในปริมาณสูง และมีความจำเป็นต่อระบบการทำงานของร่างกายสูง เช่น โพแทสเซียม (Potassium) แร่ธาตุชนิดหนึ่งที่จะช่วย ทำให้เกิดความสมดุลในการทำงานของระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบประสาท และ ระบบกล้ามเนื้อ และยังช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว ทำให้เกิดระบบภูมิคุ้มกันลูกตั้งแต่แรกเกิด น้ำนมแม่ระยะที่สอง น้ำนมแม่ในระยะนี้ จะเริ่มมีสีขาวใสขึ้น แต่จะมีไขมันมากกว่าน้ำนมแม่ในระยะแรก และแคลอรี่สูงกว่าในระยะแรก จึงช่วยเสริมสร้างให้ทารกมีพลังงาน และ เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้แก่ทารกมากขึ้น น้ำนมแม่ในระยะที่สาม จะเป็นน้ำนมสีขาว จะเริ่มนับตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ 2 หลังการคลอดบุตรเป็นต้นไป โดยแม่จะมีปริมาณน้ำนมเพิ่มมากขึ้น ตามความต้องการของลูกน้อยที่ต้องการอาหารมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการดูแลตัวเองของแม่ด้วย ว่าจะผลิตน้ำนมได้มากน้อยแค่ไหน ประโยชน์ของนม ในระยะที่สามนี้ จะมีโปรตีน และกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น DHA และ AA รวมทั้งมีจุลินทรีย์ที่จำเป็นต่อระบบทางเดินอาหาร เรียกว่า โพรไบโอติก (Probiotics) น้ำนมแม่ในช่วงนี้ จึงเน้นที่การพัฒนาระบบประสาท และ การมองเห็นของลูก รวมทั้งเพิ่มภูมิต้านทาน ช่วยลดการติดเชื้อ การอักเสบของระบบทางเดินอาหารได้เป็นอย่างดี

ด้วยประโยชน์อันมากมายของน้ำนมแม่ ทำให้คุณแม่ควรจะมีการดูแลตัวเองในด้านต่างๆ เพื่อให้ร่างกายได้ผลิตน้ำนมออกมาในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของบุตร น้ำนมแม่จะมีปริมาณมากน้อยเพียงใด หรือ มีคุณภาพมากเพียงใด คุณแม่ควรเอาใจใส่ตั้งแต่ตั้งครรภ์ คนท้องควรกินอะไร จึงจะมีสารอาหารเพียงพอเตรียมไว้ให้ลูก เพราะทุกอย่างที่รับประทานเข้าไปล้วนแล้วแต่มีผลต่อลูกที่อยู่ในครรภ์ทั้งสิ้น แม้สิ่งนั้นคุณแม่อาจจะไม่เคยทาน หรือ ไม่ชอบทานมาก่อน แต่ควรรับประทานเพื่อสุขภาพที่ดีทั้งแก่แม่ และ ลูกในครรภ์ที่กำลังจะเกิดมา คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ทั้งหลายมักมีคำถามให้กับตนเองว่า คนท้องควรกินอะไร คำตอบที่ดีที่สุดคือ คนท้องควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ อันได้แก่ โปรตีน จำพวก เนื้อสัตว์ทุกชนิด นม ไข่ เต้าหู้ ตับ เป็นต้น คาร์โบไฮเดรต เช่น ถั่ว เผือก ข้าวกล้อง ไขมัน มีในจำพวก น้ำมันที่ปรุงอาหาร แต่ก็ไม่ควรทานในปริมาณที่มากเกิน เพราะจะทำให้เกิดอาการท้องอืด และ น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ต่อไปคือกลุ่มวิตามิน เป็นอาหารจำพวก ผัก ผลไม้ ขนมปังโฮลท์วีท สุดท้ายคือกลุ่มแร่ธาตุ ที่พบได้ใน อาหารจำพวก ตับ ไข่แดง ที่ช่วยในเรื่องของธาตุเหล็ก หรือ อาหารประเภท กุ้งแห้ง นม เนย จะช่วยเสริมแคลเซียม เป็นต้น ซึ่งอาหารกลุ่มต่างๆเหล่านี้ ยังเป็นหมวดหมู่ใน อาหารคุณแม่หลังคลอด ที่คุณแม่หลังคลอดทุกท่านต้องทานให้ครบ 5 หมู่เช่นเดียวกันกับตอนตั้งครรภ์ ซึ่ง อาหารคุณแม่หลังคลอด ที่สำคัญ และ มักถูกกล่าวถึงมากที่สุดอย่างหนึ่ง จะเป็นอาหารที่มีสารอาหารจำพวกแคลเซียม เพื่อนำไปใช้ในการเจริญเติบโตของมวลกระดูกที่สูญเสียไปตอนคลอดบุตร โดยอาหารจำพวกแคลเซียม จะพบได้ใน ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้ง ไข่ และ นม ทั้งนี้ นมบำรุงครรภ์ ของคุณแม่ ควรจะเป็นนมจืดธรรมดา ไม่ควรเป็นนมรสหวานเพราะนอกจากจะมีน้ำตาลมากเกินไปแล้ว ยังไม่มีประโยชน์เพียงพอต่อร่างกายอีกด้วย แต่คุณแม่ท่านใดที่แพ้นมวัวควรจะหลีกเลี่ยง และ หันไปบริโภค นมชนิดอื่นแทนได้ เช่น นมแพะ นมถั่วเหลือง หรือ นมอัลมอนด์ ซึ่งเป็น นมบำรุงครรภ์ ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน 

ลูกน้อยของคุณจะได้รับการพัฒนาทางด้านร่างกาย สมอง รวมทั้งจิตใจมากน้อยเพียงใด คุณแม่สามารถช่วยได้ ด้วยการเอาใจใส่ตัวเอง และคัดสรรอาหารที่เราบริโภคเข้าเป็นพิเศษเพราะมีผลต่อลูกน้อยของคุณโดยตรง

Facebook Comments