รวม 7 เรื่องน่ารู้ของ อาการครรภ์เป็นพิษ รู้ไว้ก่อนสายเกินแก้

  

ในระหว่างการตั้งครรภ์เชื่อว่าคุณแม่หลายคนคงหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการดูแลตัวเองในระหว่างตั้งครรภ์ วิธีการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคลอด วิธีการดูแลทารก   วิธีเก็บนมแม่ จากอก และ  วิธีเก็บนมแม่ ในตู้แช่เพื่อนำมาใช้อย่างถูกต้องในอนาคต อย่างไรก็ตามยังมีอีกเรื่องที่คุณแม่ทุกคนควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ ภาวะแทรกซ้อนในระหว่างตั้งครรภ์ ที่มีทั้งภาวะท้องนอกมดลูก ภาวะรกเกาะต่ำ ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด ภาวะความดันโลหิตสูงระหว่างตั้งครรภ์  โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์  ซึ่งหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคุณแม่ก็คือ อาการครรภ์เป็นพิษ ซึ่งพบได้ประมาณ 2-8 เปอร์เซ็นต์ในหญิงตั้งครรภ์  ดังนั้นเพื่อป้องกันให้ว่าที่คุณแม่ทุกคนห่างไกลจากครรภ์เป็นพิษในระหว่างตั้งครรภ์  วันนี้เราจึงมี 7 เรื่องน่ารู้ของ  อาการครรภ์เป็นพิษ มาฝาก รับรองว่าปลอดภัยจากภาวะครรภ์เป็นพิษแน่นอน

  1. ครรภ์เป็นพิษ  หรือ Pre-eclampsia เป็นภาวะความดันโลหิตสูงในคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์  ซึ่งถ้ามีภาวะครรภ์เป็นพิษจะมีความดันโลหิตมากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท รวมทั้งยังมีการตรวจพบโปรตีนอัลบูมิน (Albumin) อยู่ในปัสสาวะมากกว่า 300 มิลลิกรัมเกินกว่า 24 ชั่วโมง ซึ่งเกิดจากการที่ไตทำงานผิดปกติอีกด้วย แต่ในคุณแม่บ้างรายอาจมีอาการบวม  ปวดศีรษะ ดวงตาพร่ามัว อาเจียน มีภาวะซีด ขึ้นจ้ำเขียว มีเลือดออก และมีอาการเท้าบวมร่วมด้วย โดยส่วนมากจะเกิดขึ้นเมื่อมีอายุครรภ์ประมาณ 20 สัปดาห์ไปจนถึงหลังคลอด 2 วัน 
  2. สาเหตุที่ทำให้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์มีภาวะครรภ์เป็นพิษนั้นยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน แต่สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากภาวะไม่สมดุลของโปรตีนบางชนิดในระหว่างตั้งครรภ์ เพราะเมื่อคลอดลูกเรียบร้อยแล้วภาวะดังกล่าวจะหายในทันที แต่ถึงอย่างนั้นยังมีการสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการหดตัวของหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนไปยังยังอวัยวะและรกได้ลำบากมากยิ่งขึ้นจนทำให้ร่างเข้าสู่ภาวะความดันโลหิตสูง
  3. โดยทั่วไปแบบภาวะครรภ์เป็นพิษนั้นแบ่งความรุนแรงของอาการได้ทั้งสิ้น 3 ระดับ ได้แก่
  • ภาวะครรภ์เป็นพิษที่ไม่รุนแรง (Mild pre-eclampsia) ระดับนี้จะวัดความดันโลหิตได้ 140/90 มิลลิเมตรปรอท แต่จะไม่เกิน 160/110 มิลลิเมตรปรอท มีการตรวจพบอาการบวมปานกลางและโปรตีนในปัสสาวะเพียงเล็กน้อย
  • ภาวะครรภ์เป็นพิษที่ไม่รุนแรง (Severe pre-eclampsia) ระดับนี้จะวัดความดันโลหิตได้ 160/110 ขึ้นไป มีอาการบวมอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งยังมีปริมารโปรตีนในปัสสาวะเกินกว่า 2 กรัมใน 24 ชั่วโมง รวมทั้งยังมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดหัว ตาพร่า มีเกล็ดเลือดต่ำ จุดแน่นหน้าอก เป็นต้น
  • ภาวะครรภ์เป็นพิษที่นำไปสู่อาการชัก (Eclampsia) ถือว่าเป็นระยะที่รุนแรงที่สุดของภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งเกิดได้เนื่องจากคุณแม่ไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงจนมีอาการชัก เกร็ง หมดสติ หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตทั้งแม่และลูกได้
  • 4. อาการของภาวะครรภ์เป็นพิษที่สามารถสังเกตได้ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมีอาการ ดังนี้  น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนผิดปกติ เพราะโดยปกติคุณแม่ตั้งครรภ์จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเพียงสัปดาห์ละ 0.5 กิโลกรัมเท่านั้น แต่ถ้ามีภาวะครรภ์เป็นพิษน้ำหนักจะเพิ่มขึ้น 1-2 กิโลกรัมต่อสัปดาห์โดยไม่ทราบสาเหตุ รวมทั้งยังมีอาการบวมตามใบหน้า แขน ขา ข้อเท้า หากลองกดดูจะเห็นรอยบุ๋มอย่างชัดเจน นอกจากนั้นอาจมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ตาพร่ามัว จุกแน่นที่หน้าอกและลิ้นปี่ หายใจไม่เต็มอิ่ม คลื่นไส้อาเจียน  ส่วนลูกในท้องจะดิ้นน้อยลงและท้องไม่โตขึ้นจนผิดปกติ
  • 5. ในการวินิจฉัยภาวะครรภ์เป็นพิษนั้นจะทำหลังจากคุณแม่มีอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป โดยแพทย์จะทำการตรวจวัดความดันโลหิต ตรวจสุขภาพทั่วไป  ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ และตรวจสุขภาพของทารกในครรภ์ ดังนั้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ  คุณแม่ควรฝากครรภ์ทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์และไปพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีความเสี่ยง เช่น  อายุน้อยกว่า 20 ปี หรือมากกว่า 35 ปี มีน้ำหนักตัวมากเกินมาตรฐาน เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ ก่อนการตั้งครรภ์  ระยะห่างในการตั้งครรภ์เกินกว่า 10 ปี ท้องลูกแฝด หรือมีประวัติคนในครอบครัวเคยเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์มาก่อน เป็นต้น
  • 6. วิธีการรักษาครรภ์เป็นพิษ แพทย์จะประเมินว่าภาวะครรภ์เป็นพิษอยู่ในระดับใด หากมีอาการไม่รุนแรง แพทย์จะให้คุณแม่กลับบ้านโดยไม่ต้องนอนพัก แต่ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ได้แก่ นอนพักผ่อนและ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ งดอาหาร ลดเค็ม ทานยาเฉพาะที่แพทย์สั่งให้เท่านั้น และมาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้ามีอาการรุนแรง แพทย์จะสั่งให้คุณแม่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อดูแลอาการอย่างใกล้ชิด และรับยาลดความดันหรือยาชนิดอื่น ๆ ตามที่แพทย์สั่ง
  • 7. สำหรับอันตรายจาก อาการครรภ์เป็นพิษ จะเกิดจากภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ  ที่เป็นอันตรายต่อตัวคุณแม่ เช่น มีภาวะแท้งคุกคาม รกลอกตัวก่อนกำหนด เลือดออกในสมอง น้ำท่วมปอด ไตวาย เกิดอาการชัก ในขณะที่จะส่งผลให้ทารกเจริญเติบโตช้า น้ำหนักตัวน้อย คลอดก่อนกำหนด หรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตตั้งแต่ในท้องได้

            เป็นอย่างไรบ้างสำหรับ 7 เรื่องน่ารู้ของ อาการครรภ์เป็นพิษ ที่เรานำมาฝากคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ทุก ซึ่งแน่นอนว่าวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับภาวะแทรกซ้อนคือ การฝากครรภ์และไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ  แต่ถึงอย่างนั้นคุณแม่เองก็ต้องดูแลตัวเองด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มและไขมันสูง ดื่มน้ำเปล่าในปริมาณที่เหมาะสม นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เท่านี้ก็ช่วยให้ปลอดภัยจากภาวะเสี่ยงทั้งคุณแม่และคุณลูก

Facebook Comments