อยากให้ทารกในครรภ์มีการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ คุณแม่ควรทำอย่างไร?


เพราะลูกคือของขวัญที่มีค่าที่สุดของคนเป็นแม่ แม่ทุกคนเมื่อตั้งครรภ์จึงมีความปรารถนาแรกเหมือนกันว่าอยากให้ลูกน้อยเป็นเด็กทารกที่สมบูรณ์แข็งแรงตั้งแต่อยู่ในท้อง เติบโตอย่างมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ ด้วยความปรารถนานี้จึงทำให้คุณแม่หลายคนเกิดความสงสัยว่า หากจะกระตุ้นการเจริญเติบโตให้กับลูกน้อยในทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย สมอง และด้านอารมณ์ ควรเริ่มกระตุ้นและส่งเสริมในตอนไหนและควรทำอย่างไร คุณแม่ท่านใดที่มีข้อสงสัยในเรื่องนี้ บทความสาระต่อไปนี้จะช่วยตอบทุกคำถาม ทำให้คุณแม่เข้าใจกระจ่างชัดว่าถ้าอยากให้ทารกในครรภ์มีการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ คุณแม่ควรทำอย่างไรบ้าง

สิ่งสำคัญอันดับแรกในการกระตุ้นพัฒนาการของทารกในครรภ์ คุณแม่จะต้องเข้าใจพัฒนาการของลูกในแต่ละช่วงเวลาของการตั้งครรภ์ก่อน การนับอายุครรภ์หรือการคำนวณอายุการตั้งท้องถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คุณแม่สามารถส่งเสริมพัฒนาการของลูกในด้านต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม เพราะหากการนับอายุครรภ์อย่างแม่นยำคุณแม่จะสามารถเลือกวิธีที่จะกระตุ้นการเจริญเติบโตให้สอดคล้องกับการรับรู้ของลูกได้ ทำให้ง่ายต่อการดูแลสุขภาพครรภ์ที่นานกว่า 40 สัปดาห์ อีกทั้งยังสามารถวินิจฉัยโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นตลอดการตั้งท้องได้ด้วย ความสำคัญเหล่านี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณแม่ที่ต้องการส่งเสริมพัฒนาการของลูกจะต้องทราบอายุครรภ์ก่อน

สำหรับวิธีการนับอายุครรภ์ คุณแม่ไม่ควรคาดเดาด้วยตัวเอง การไปตรวจครรภ์กับแพทย์เฉพาะทางจึงเป็นวิธีที่จะรู้ผลว่าคุณแม่ตั้งครรภ์มาแล้วกี่สัปดาห์หรือกี่เดือน ยกตัวอย่างเช่น ท้อง 5 เดือน 3 วัน เป็นข้อมูลที่มีความแม่นยำ เพราะแพทย์จะทำการอัลตราซาวด์หรือการตรวจคลื่นความถี่สูงเพื่อวัดขนาดถุงการตั้งครรภ์ ความแม่นยำและถูกต้องของขั้นตอนการคำนวณว่าตั้งท้องแล้วกี่เดือนเหล่านี้ คุณแม่จึงมั่นใจได้ว่าจะทราบระยะของการตั้งท้องอย่างชัดเจน เมื่อทราบอายุครรภ์แล้วสิ่งสำคัญต่อมาคุณแม่จะต้องเริ่มต้นดูแลสุขภาพครรภ์อย่างเหมาะสม คำถามต่อมาคือ ถ้าอยากให้ลูกน้อยในท้องมีการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ควรทำอย่างไรดี? จึงคำถามนี้เป็นคำถามที่พบบ่อยในคุณแม่ที่กำลังตั้งท้อง เพราะพัฒนาการที่ดีของลูกน้อยในครรภ์จะส่งผลต่อการเติบโต ทำให้เป็นเด็กที่สมบูรณ์แข็งแรงทั้งสุขภาพและจิตใจในอนาคต คุณแม่จึงควรดูแลสุขภาพทั้งของตัวเองและลูกน้อยในทุกช่วงเดือนอย่างเหมาะสมดังต่อไปนี้

ดูแลเรื่องโภชนาการอย่างเหมาะสม เพื่อส่งต่อสารอาหารที่ดีที่สุดไปยังทารกในครรภ์

เพราะอาหารการกินเป็นปัจจัยสำคัญส่งผลต่อสุขภาพครรภ์ เพื่อให้คุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ คุณแม่จะต้องพิถีพิถันในการเลือกรับประทานอาหารซึ่งในแต่ละช่วงอายุครรภ์ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายจะส่งผลให้คุณแม่รับประทานอาหารยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคุณแม่มีอายุครรภ์ 5 สัปดาห์ คุณแม่จะเริ่มมีอาการแพ้ท้องที่พบบ่อยคือ อาการคลื่นไส้และอยากอาหารที่มีรสเปรี้ยวหรือมีความแปลก ในช่วงนี้จึงจะต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษแม้จะรับประทานอาหารได้ยาก คุณแม่จะต้องอดทนเลือกกินอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อลูกน้อยเมื่อถึงช่วงอายุครรภ์ 5 สัปดาห์ เช่น

  1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และเพียงพอ
  2. รับประทานผักผลไม้ที่มีส่วนช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องคลื่นไส้ เช่น ส้ม ฝรั่ง กีวี
  3. รับประทานธัญพืช แหล่งให้สารอาหารที่ให้พลังงานได้ดี มีวิตามินดี มีแมกนีเซียม เช่น ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต

            นอกจากรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้แล้ว คุณแม่จะต้องงดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และกาเฟอีนที่จะส่งผลเสียต่อพัฒนาการของลูกในท้อง อีกทั้งยังทำให้เสี่ยงต่อการแท้งลูก

            อยากให้ลูกในท้องมีพัฒนาการที่ดี นอกจากคุณแม่จะต้องดูแลสุขภาพครรภ์อย่างเหมาะสมด้วยการรับประทานอาหารที่เพียงพอต่อตนเองและลูกแล้ว ควรจะส่งเสริมพัฒนาการของลูกอย่างสม่ำเสมอแรก เริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์ระยะแรกจนถึงท้อง 5 เดือน ช่วงนี้คุณแม่ควรจะเริ่มกระตุ้นพัฒนาการของลูกน้อยด้วยกิจกรรมต่าง ๆ สื่อสารกับลูกในท้องด้วยการพูดคุย เนื่องจากในช่วงอายุครรภ์นี้ทารกจะเริ่มมีพัฒนาการด้านการรับรู้ เขาจะเริ่มได้ยินเสียงหัวใจ เสียงเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายคุณแม่ ในช่วงนี้จึงเป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างลูกในท้องกับแม่ กิจกรรมง่าย ๆ ที่ควรทำบ่อยได้คือการพูดคุยกับลูกเพื่อกระตุ้นพัฒนาการด้านสมองที่ทำหน้าที่การรับรู้ การฟังเพลงเพราะจังหวะสบายที่สร้างความผ่อนคลาย วิธีเหล่านี้เป็นวิธีกระตุ้นทักษะการได้ยินของลูกน้อยในครรภ์

ใส่ใจหาเวลาทำกิจกรรมง่าย ๆ เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตทางด้านสมองของลูกช่วงท้อง 5 เดือน แล้ว สำหรับโภชนาการที่เหมาะสมในช่วงอายุครรภ์แห่งการกระตุ้นทักษะต่าง ๆ คุณแม่ควรเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมส่งต่อสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อลูกด้วย เช่น รับประทานอาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุ เช่น แครอท กะหล่ำปลี และผักใบเขียวอื่น ๆ

เพราะการเจริญเติบโตของลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในท้องแม้มีผลต่อการเติบโตเป็นเด็กที่สมบูรณ์ทั้งด้านร่างกายและจิตใจในอนาคต ผู้เป็นแม่หากปรารถนาให้ลูกมีความพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจจึงควรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพัฒนาการตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ ไม่เฉพาะช่วงอายุครรภ์ 5 สัปดาห์หรือช่วง ท้อง 5 เดือน แต่ควรจะดูแลสุขภาพทุกช่วงอายุครรภ์อย่างเต็มที่ด้วยอาหารที่มีประโยชน์และกิจกรรมที่เหมาะสม วิธีเหล่านี้จึงถือว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ทารกเติบโตเป็นวัยเด็กที่มีความเฉลียวฉลาดทางสติปัญญาและอารมณ์

Facebook Comments