เคล็ดลับการเตรียม อาหารเด็ก 7 เดือน ให้ปลอดภัย


อาหารสำหรับเด็กน้อยนับว่ามีความสำคัญและจำเป็นเป็นอย่างมาก การรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์จะช่วยให้ พัฒนาการเด็ก 6 เดือน เป็นไปอย่างเหมาะสม ทั้งร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ระบบการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการทำงานของสมองและระบบประสาทที่หากขาดสารอาหารสำคัญก็จะไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลต่อพัฒนาการด้านการเรียนรู้ของเด็กเป็นอย่างมาก ซึ่งจำเป็นจะต้องดำเนินการดูแลอาหารการกินของเด็กน้อยต่อเนื่องไปจนเติบใหญ่ จึงอยากจะเผยเคล็ดลับในการเตรียม อาหารเด็ก 7 เดือน ให้ปลอดภัยสามารถรับประทานเพื่อส่งเสริมสุขภาพร่างกายของเด็กให้ดีตามรายละเอียดต่อไปนี้

This image has an empty alt attribute; its file name is image-15.png
  1. จำนวนมื้ออาหาร ในช่วงวัย 7 เดือนนั้น เด็กน้อยจะเริ่มมีความสามารถในการบดอาหารอื่น ๆ ได้แล้ว ลิ้นและต่อมรับรสเริ่มมีความสามารถที่จะเรียนรู้รสชาติต่าง ๆ ได้ คุณแม่จึงสามรถเตรียมอาหารให้ลูกน้อยไว้ใช้รับประทานเพิ่มเติมจากนมแม่ได้ แต่เนื่องจากกระเพาะอาหารของเด็กอายุ 7 เดือนยังไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ การให้อาหารกับเด็กจึงควรให้เพียง 1 มื้อต่อวันเท่านั้น แนะนำให้เป็นมื้อสายและรับประทานแค่วันละ 5 – 7 ช้อนโต๊ะก็เพียงพอ
  • ประเภทของอาหารที่ควรรับประทาน เพื่อให้ร่างกายของเด็กในทุก ๆ ด้านเป็นไปอย่างเต็มที่ อาหารเด็ก 7 เดือน จึงควรเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเหมาะสม อาทิเช่น ข้าวชนิดต่าง ๆ ทั้งข้าวขาว จมูกข้าว ข้าวกล้อง หรือข้าวโอ๊ต ธัญพืชชนิดต่าง ๆ อย่างถั่วแดง ถั่วดำ งาดำ งาขาว หรือลูกเดือย ผักชนิดต่าง ๆ อย่างผักที่ต้มเปื่อยง่าย ไม่ว่าจะเป็นผักกาดขาว ตำลึง แครอท ฟักทอง หรือมันเทศ ยิ่งผักใบเขียวอย่างบล็อกโคลี แตงกวา หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วแขก หรือถั่วหวาน เพื่อเพิ่มกากใยให้ระบบขับถ่ายของเด็กทำงานได้ดี ผลไม้ชนิดต่าง ๆ เพื่อเสริมวิตามินให้กับร่างกายไม่ว่าจะเป็นแอปเปิ้ล ลูกพีช ลูกแพร์ สาลี่ มะละกอ อะโวคาโด มะม่วงสุก แก้วมังกร หรือผลไม้เนื้ออ่อนชนิดต่าง ๆ รวมทั้งเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่ายอย่างเนื้อปลา หรือไข่ เป็นต้น
  • ความสะอาดของอาหารที่เตรียมให้เด็ก เนื่องจากภูมิคุ้มกันร่างกายของเด็กเล็กยังไม่แข็งแรงเพียงพอ ผู้ปกครองจึงต้องดูแลความสะอาดของอาหารที่จะนำมาเตรียมให้เด็กเป็นอย่างดี หากเป็นผักและผลไม้จะต้องล้างด้วยน้ำสะอาด กรณีของเนื้อสัตว์ควรมีความสดใหม่ และล้างทำความสะอาดให้ดีก่อนนำมาปรุงเป็นอาหาร รวมถึงความสะอาดของภาชนะต่าง ๆ ที่ลูกจะต้องสัมผัสก่อนรับประทานอาหารเข้าไปอีกด้วย
  • การเตรียมอาหารให้กินง่าย ไม่รบกวนระบบย่อยอาหารของเด็ก เนื่องจาก พัฒนาการเด็ก 6 เดือน จนกว่าจะครบ 1 ขวบ ฟันและระบบย่อยอาหารยังไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผู้ปกครองจึงต้องเตรียมอาหารต่าง ๆ ที่จะให้ลูกน้อยรับประทานให้อยู่ในลักษณะที่เคี้ยวและย่อยง่าย ไม่ว่าจะเป็นการหั่นผลไม้สดให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือการต้มข้าวและผักให้เปื่อยก่อนให้เด็กรับประทาน และการเตรียมอาหารต่าง ๆ ของเด็กควรทำสดใหม่ทุก ๆ วัน เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดอันตรายจากอาการท้องเสียนั่นเอง
  • การทดสอบอาการแพ้ เนื่องจากตั้งแต่แรกคลอดจนมี พัฒนาการเด็ก 6 เดือน นั้น เด็กมักยังไม่ได้รับประทานอื่น ๆ นอกจากนมแม่ ดังนั้นเมื่อจะเริ่มให้อาหารแก่เด็กที่อายุครบ 7 เดือน ผู้ปกครองควรติดตามและตรวจสอบด้วยว่าเด็ก ๆ มีอาการแพ้อาหารที่รับประทานเข้าไปหรือไม่ สามารถสังเกตได้จากการเกิดผื่นคันหลังการรับประทานอาหาร อาการท้องเสีย หรืออาการหอบหืดหายใจไม่สะดวก หากมีอาการต้องสงสัยต่าง ๆ เหล่านี้ควรพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการแพ้ว่าเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ และผู้ปกครองควรระมัดระวังอาหารที่เด็กรับประทานว่ามีส่วนผสมที่ทำให้เกิดการแพ้ต่าง ๆ เหล่านั้นหรือไม่
  • การส่งเสริมให้ลูกมีวินัยในขณะรับประทานอาหาร แม้ในขณะที่ลูกกำลังรับประทาน อาหารเด็ก 7 เดือน ผู้ปกครองก็สามารถส่งเสริมให้เด็กเกิดวินัยในการรับประทานอาหารได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดท่านั่งเด็กให้นั่งตัวตรง หลังตรง ให้เด็กบนเก้าอี้สำหรับทารกเพื่อความปลอดภัย สอนให้เด็กรู้จักอยู่นิ่ง ๆ ในระหว่างป้อนอาหาร แต่หากคุณแม่กังวลว่าเมื่อเด็กเบื่อก็จะไม่ยอมรับประทานอาหารก็อาจหาจานชามหรือภาชนะสำหรับเด็กให้เขาได้เล่นเพื่อฝึกจับช้อนส้อมทดแทนก็ได้
  • การให้นมแม่ควบคู่กับอาหาร ในช่วงแรกที่เริ่มฝึกให้ลูกรับประทานอื่น ๆ เพิ่มเติมจากนมแม่ คุณแม่สามารถนำนมแม่มาผสมกับอาหารที่เตรียมให้ลูกน้อยรับประทานได้ แต่ต้องระมัดระวังไม่ปรุงสุกนมแม่ เพราะจะทำให้คุณค่าทางอาหารของนมแม่สูญเสียไปหมด และนอกจากอาหารที่ให้เด็กรับประทานเข้าไปแล้ว ผู้ปกครองยังควรให้เด็กรับประทานอย่างต่อเนื่องไปอีก อย่างน้อยวันละ 5 – 6 มื้อ ปริมาณการกินแต่ละครั้งสามารถปรับให้เหมาะสมตามน้ำหนักตัวของลูกน้อยดังนี้ (น้ำหนักตัวลูก x 110)/30 ก็จะได้ปริมาณน้ำนมที่เด็กควรรับประทานหน่วยเป็นออนซ์

เพราะอาหารคือสิ่งที่ร่างกายของเด็กจำเป็นต้องนำไปใช้เสริมสร้างพัฒนาการส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้การเตรียมอาหารของเด็กวัย 7 เดือนต้องทำอย่างถูกวิธี มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดี มีปริมาณที่เหมาะสม และมีความสะอาดถูกสุขอนามัย เพื่อให้อาหารที่เด็กรับประทานมีความปลอดภัย ไม่รบกวนระบบย่อยอาหารจนทำให้เด็กเกิดอาการท้องอืด ท้องเสีย รวมถึงอาการแพ้อาหารที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตของเด็กอีกด้วย

Facebook Comments