เรื่องที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์

เพราะพัฒนาการของลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์คือจุดเริ่มต้นที่จะทำให้เขาเติบโตเป็นเด็กที่มีความสมบูรณ์ทั้งในด้านร่างกายเเละอารมณ์ คุณเเม่ที่กำลังตั้งครรภ์จึงควรให้ความสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการและการเจริญเติบโตของลูกตั้งแต่อยู่ในท้อง โดยในเเต่ละช่วงอายุครรภ์ระบบต่าง ๆ ทางด้านร่างกายและสมองของลูกยังพัฒนาไม่เต็มที่จึงต้องได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ยกตัวอย่างเช่น คนท้องจะต้องบำรุงครรภ์ตั้งเเต่วันเเรกตลอด 40 สัปดาห์ คุณเเม่จะต้องดูเเลบำรุงครรภ์ด้วยอาหารที่อุดมด้วยประโยชน์ตามความเหมาะสมตามอายุครรภ์เพื่อส่งผลดีต่อทารก ด้วยความสำคัญเหล่านี้คุณแม่ที่กำลังตั้งท้องจึงจะต้องเข้าใจการเจริญเติบโตของลูกในเเต่ละช่วงวัย เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของลูกน้อยอย่างดีที่สุด

เพื่อให้ก้าวเเรกของชีวิตลูกเริ่มต้นที่ดี เรื่องเกี่ยวกับพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์จึงถือว่าเป็นความรู้ที่มีความสำคัญ คุณแม่จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจเพื่อนำมาใช้ในการดูเเลตัวเองเเละดูเเลลูกในท้องให้พร้อมสู่วันเเรกที่จะลืมตาดูโลกด้วยความสมบูรณ์และแข็งแรง เพื่อความเข้าใจง่ายยิ่งขึ้นในการดูแลทารกอย่างเหมาะสมตามช่วงอายุครรภ์ ควรทราบก่อนว่าการเจริญเติบโตของทารกจะแบ่งออกเป็น 3 ไตรมาส คือ 

  • ไตรมาสแรก ช่วง 1-2 เดือนแรก พัฒนาการช่วงนี้มีเพียงสมองของทารกเท่านั้นที่เริ่มเจริญเติบโตเป็นรูปร่าง
  • ไตรมาสที่ 2 ช่วง 3-6 เดือน เป็น 3 เดือนแรกของอายุครรภ์ที่มีความสำคัญมากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ทารกเริ่มเจริญเติบโตอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออัลตราซาวด์
  • ไตรมาสที่ 3 ช่วง 7-9 เดือนว เป็นไตรมาสสุดท้ายก่อนคุณแม่จะคลอด

3 เดือนแรกของอายุครรภ์คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด

ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการส่งเสริมการเจริญเติบโตทางด้านสมองของทารกในครรภ์คือช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เหตุผลเพราะระยะนี้สมองหรือแหล่งสะสมข้อมูลต่าง ๆ ของทารกจะขยายขนาด มีการสร้างโยงใยของระบบประสาทมากขึ้น เพื่อให้ทารกในครรภ์มีพัฒนาการอย่างเหมาะสม นอกจากนั้นอวัยวะอื่น ๆ จะเริ่มงอก เช่น อวัยวะเพศ มีผมขึ้น หู คิ้ว และเปลือกตา ในระยะนี้คุณแม่จึงจะต้องกระตุ้นการเจริญเติบโตของลูกโดยเริ่มจากการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ซึ่งส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย เช่น

  1. คนท้องจะต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง งดเครื่องดื่มทุกชนิดที่มีแอลกอฮอล์และกาเฟอีน เพราะจะส่งผลเสียต่อลูกในครรภ์
  2. ทารกในครรภ์ 3 เดือนแรก นอกจากเซลล์สมองจะเริ่มขยายตัวแล้ว อวัยวะส่วนอื่น ๆ เช่น แขน ขาจะเริ่มงอก เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการสร้างกระดูกให้มีความแข็งแรงเต็มที่ คุณแม่จะต้องเลือกรับประทานอาหารที่อุดมด้วยแคลเซียมสูง เช่น ธัญพืชต่าง ๆ จำนวกพวกถั่ว ถั่วเหลือง ถั่วแดง ปลาตัวเล็กตัวน้อย และผักโขม

พัฒนาการด้านการรับรู้และมองเห็นของทารกในครรภ์จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนที่ 4

นอกจากในช่วงเดือนที่ 3 ของการตั้งครรภ์จะเป็นช่วงเวลาที่คุณแม่จะต้องให้ความสำคัญเพราะทารกเริ่มมีพัฒนาการเจริญเติบโตทั้งด้านร่างกายและสมองแล้ว ในเดือนที่ 4 เป็นอีกช่วงหนึ่งที่มีความสำคัญเช่นกัน ด้วยเหตุผลว่าเป็นช่วงที่การรับรู้และสายตาของทารกกำลังเริ่มพัฒนา ในช่วงนี้ทารกจึงควรจะได้รับการกระตุ้นสมองเพื่อให้สามารถทำหน้าที่ในการจดจำ การรับรู้ และทักษะด้านภาษาจากคุณแม่ผ่านการได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ โดยผู้เป็นแม่ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของสมองและสายตา เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน ผักใบเขียว และอื่น ๆ

อายุครรภ์เดือนที่ 5 คือระยะเวลาแห่งการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกน้อย

การตั้งครรภ์ในระยะเวลานี้ถือว่าเป็นช่วงแห่งการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับทารกในครรภ์ เพราะการได้ยินของลูกจะเริ่มพัฒนา หูชั้นในของเขาจะได้ยินเสียงของคุณแม่ เพื่อะเสริมสร้างการเจริญเติบโตของระบบประสาทการได้ยินของลูก สิ่งสำคัญอันดับแรกคุณแม่จะต้องดูแลด้านโภชนาการโดยเลือกรับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินดีและกรดโฟลิก พร้อมทั้งส่งเสริมพัฒนาการของลูกอย่างสม่ำเสมอด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมง่าย ๆ ที่สะดวกต่อคนท้องและส่งผลดีต่อลูกได้ด้วยการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างคุณแม่สู่ทารกในครรภ์ เช่น

  1. การพูดคุยกับลูกในท้องด้วยประโยคซ้ำ ๆ วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นระบบประสาทและทำให้สมองที่ทำหน้าที่การควบคุมการได้ยินมีพัฒนาการที่ดีขึ้น
  2. อ่านหนังสือให้ลูกในท้องฟัง เพื่อให้ทักษะด้านการรับฟังของลูกเจริญเติบโตดีและกระตุ้นให้ลูกเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
  3. เพราะสมองของลูกในอายุครรภ์เดือนที่ 5 จะรับรู้ได้ดี นอกจากการได้ยินแล้วการสัมผัสก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่คุณแม่ควรให้ความสำคัญ ทำได้โดยการลูบท้องเพื่อมอบสัมผัสให้ลูกในครรภ์รับรู้ถึงความอ่อนโยนและความอบอุ่นจากแม่

นอกจากเรื่องน่ารู้ 3 ระยะการตั้งครรภ์เหล่านี้แล้ว ในช่วงการตั้งครรภ์อื่น ๆ ก็มีความสำคัญเช่นกัน  เพราะการตั้งครรภ์เป็นจุดเริ่มต้นของสายใยสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก ทุกช่วงเวลาจึงมีความหมายไม่เฉพาะช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เพื่อพัฒนาการที่ดีของลูกตั้งแต่อยู่ในท้อง เรื่องน่าที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่จะเป็นแนวทางให้คุณแม่ส่งเสริมพัฒนาการของลูกอย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อการดูแลที่ถูกต้องคุณแม่จึงควรวางแผนในการดูแลตัวเองและเตรียมวิธีกระตุ้นการเจริญเติบโตของลูกน้องตั้งแต่เนิ่น ๆ เมื่อทราบแล้วว่าตั้งครรภ์ควรจะฝากท้องกับแพทย์ก่อนแล้วจึงส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยและดูแลสุขภาพครรภ์ตามคำแนะนำของแพทย์

Facebook Comments